[Final Review] Anime of Winter 2014

posted on 20 Apr 2014 01:45 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
จบไปอีกหนึ่งซีซั่นแล้วครับ ก่อนอื่นเรื่องที่ดร็อปในซีซั่นนี้ ได้แก่

SoniAni SUPER SONICO THE ANIMATION (9 ตอน): ความจริงก็พอดูได้เรื่อยๆ แต่ขี้เกียจดูซะก่อน
Wake Up, Girls! (8 ตอน): มันเหมือนจะสนุกแต่ไม่สนุกแฮะ
Z/X IGNITION (7 ตอน): พยายามดูอยู่นานว่ามันจะสนุกมั้ย แต่มันก็ไม่ถึงจุดซะที
Nobunagun (4 ตอน): พอดูได้ แต่ไม่รู้สึกอยากดู
Sekai Seifuku -Bouryaku no Zvezda- (3 ตอน): ใช้ได้ แต่พอดูไปเรื่อยๆก็รู้ละว่าไม่ใช่แนว
Witch Craft Works (3 ตอน): ไม่ใช่แนวเลยจริงๆ
Toaru Hikuushi e no Koiuta (2 ตอน): ตัวละครน่ารำคาญอย่างมาก ทั้งพระเอก นางเอก และตัวประกอบ
Onee-chan ga Kita (2 ตอน): เอิ่ม..
Strange+ (1 ตอน): อะไรของพวกมัน

ส่วนเรื่องที่ดูจบไปแล้วในซีซั่นนี้มีมากถึง 19 เรื่อง และดูต่อไปอีก 3 เรื่อง เรียงลำดับตามความเพลิดเพลินของผมเองได้ ดังนี้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 22: Mahou Sensou (12 ตอนจบ)



เริ่มกันที่อนิเมะที่เฟลที่สุดในรอบหลายปีกันก่อนเลย ตั้งแต่ผมเชียนบล็อกมาเรื่องนี้นับเป็นเรื่องแรกที่ดูจนจบแล้วแจกเกรด F ให้ในตอนจบเลยทีเดียว ความไร้สาระของเรื่องนี้ถ้าหากให้บรรยายนั่งเขียนทั้งวันก็คงไม่จบ แต่เอาเป็นว่าตรรกะป่วย ตัวละครปัญญาอ่อน ภาพกาก ลำดับเนื้อเรื่องมั่วซั่ว สับสนในตัวเองว่าต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ ตั้งแต่ตอนแรกก็ว่าแย่ซะจนไม่รู้จะด่ายังไงแล้ว แต่น่าทึ่งมากว่ายิ่งดูไปเรื่อยๆยิ่งแย่ลงไปได้อีก จนกระทั่งตอนจบที่เล่นเอาผู้จบต้องตกตะลึงไปกับการหักมุมอันสุดแสนจะน่าพิศวงงงงวย ไม่มีที่มาและไม่มีที่ไปใดๆทั้งสิ้น ทิ้งไว้ซึ่งความว่างเปล่าที่ให้สงสัยว่านี่เราดูอะไรมาตลอด 3 เดือน ถ้าหากถามว่าทำไมยังได้คะแนนเยอะจัง? เผอิญว่า ED มันดันเทพมากจริงๆ

ไม่อยากจะด่าด้วยสัตว์เลื้อยคลาน แต่ประมาณนั้น
ความเพลิดเพลิน: F
คุณภาพ: 3.2/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 21: Tonari no Seki-kun (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: D
แต่ละตอนค่อนข้างสั้นเลยไม่ได้น่าติดตามอะไรเป็นพิเศษ แต่ความเจ๋งถือว่าใช้ได้เลย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 20: Noragami (12 ตอนจบ)



เรื่องนี้จัดว่าเป็นแอ็กชั่นคุณภาพสูงสมกับเป็น bones อีกทั้งยังได้นักพากย์ชั้นพระกาฬมาสมทบกันล้นจอ ทั้งคอนเซ็ปท์และเนื้อหาที่มุ่งไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทพ และผู้รับใช้ก็จัดว่าเขียนได้ดี ตัวละครและการแสดงบทบาทก็รวมกันได้ลงตัวเหมาะสมกับเนื้อเรื่องดี และสำหรับอนิเมะแนวกึ่งชิลกึ่งบู๊แบบนี้ต้องถือว่าภาพสวยมากๆทั้งฉากบู๊และฉากทั่วไป แต่จุดที่พลาดสำคัญอยู่ที่การดำเนินเรื่องที่ไปได้ช้ามากเหลือเกิน ตอนที่ดูจะรู้สึกได้ว่าเราพอจะเข้าใจถึงสิ่งที่ต้องการสื่อพอสมควรแล้วจนถึงขั้นที่แทบจะเข้าถึงแก่นแท้ของเนื้อหาด้วยซ้ำ แต่เนื้อเรื่องกลับไม่เดินหน้าเท่าที่มุ่งหวัง ก็พอเข้าใจได้ว่าเนื้อหาค่อยๆเดินไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง แต่ดูแล้วก็เลยทำให้เสียความน่าติดตามไปเพราะรู้สึกเนื้อหาแช่อยู่กับที่ เลยกลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ดูไม่สนุกไปซะงั้น ถือว่าน่าเสียดายมากจริงๆ

อะไรๆก็ดีไปหมด ติดแค่ไม่สนุก
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 6.9/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 19: WIZARD BARRISTERS Benmashi Cecil (12 ตอนจบ)



นี่ก็จัดได้ว่าเป็นแอ็กชั่นอลังการอีกหนึ่งเรื่อง โดยทำออกมาได้คุณภาพพอสมควรมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเกิดเหตุไม่คาดฝันในตอนที่ 11 ที่เผายับซะจนแทบจะทนดูไม่ได้เลยทีเดียว ถ้ามองที่เนื้อหาก็ถือว่าทำคอนเซ็ปท์ธรรมดา เดินเรื่องแบบธรรมดา มีความพยายามในการสร้างความน่าสนใจด้วยการผสมการต่อสู้ด้วยกฎหมายเข้าไปด้วย แต่ต้องบอกว่ายังไกลโขจากความสมบูรณ์แบบ ในการสืบสวนสอบสวนหลายๆครั้งยังมีข้อบกพร่องที่ทำให้ยอมรับไม่ได้ นอกจากนี้ตัวละครก็เยอะอย่างไม่จำเป็น บางตัวเหมือนกับจะเด่น แต่สุดท้ายไม่เห็นได้ใช้งานอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนตัวละครที่ได้ใช้งานนั้น บางตัวก็ถือว่าออกแบบได้ดี แต่บางตัวก็สับสนกับชีวิตและแสดงบทบาทให้อินไม่ได้เลย ยิ่งพอมารวมกับการเผาที่น่าเกลียดที่สุดที่เจอมาในรอบหลายปีในตอนที่ 11 นี้ยิ่งทำให้ไปกันใหญ่ สุดท้ายแม้แต่ 6 คะแนนก็ให้ไม่ได้

ไม่สนุกเท่าที่ควรจะทำได้ เผาอุบาทว์
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 5.6/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 18: Nourin (12 ตอนจบ)



มาที่อนิเมะแนวโรแมนติกคอเมดี้กันบ้าง ทันทีที่เริ่มดูก็รู้สึกเลยว่านี่มัน Baka Test ชัดๆ องค์ประกอบต่างๆก็เรื่องและสไตล์ภาพนี่ใช่เลยสมกับเป็นสตูดิโอเดียวกัน แม้แต่ตัวละครหลักก็มาแนวคล้ายๆกัน มุขที่เล่นก็มาทางเดียวกัน การดำเนินเรื่องส่วนใหญ่จะจบเป็นตอนๆไปก็เลยไม่ได้ทำให้เกิดความอยากดูอย่างต่อเนื่อง และก็ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครอย่างเหนียวแน่น ตอนจบถึงตัวพระเอกจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงนิดหน่อย แต่บทสรุปไม่ได้เกินความคาดหมายอะไร โดยรวมถือว่าดูเอาฮาก็ใช้ได้เลย

ดูเอาฮาก็พอโอเค
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 6.2/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 17: Inari, Kon Kon, Koi Iroha. (10 ตอนจบ)



มาที่ดราม่ากันบ้าง เรื่องนี้มีมังงะให้อ่านอยู่ก่อนแล้วด้วย เนื้อหาเน้นไปที่มิตรภาพระหว่างมนุษย์กับเทพ โดยมีนางเอกที่ได้รับพลังของเทพมา ไม่ได้วางโครงเรื่องซับซ้อนลึกซึ้งอะไรมาก ตลอดทั้งเรื่องใช้แค่ประเด็นการควบคุมพลังของนางเอกอย่างเดียวต่อยอดเป็นดราม่าได้หลายดราม่าตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างไรก็ตาม การดำเนินเรื่องถือว่าไหลลื่นต่อเนื่องดี ดูได้เพลินมาก ภาพสวยสบายตาเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง น่าเสียดายตอนจบจะบอกว่าจบสวยงามก็ว่าได้แต่ให้อารมณ์ไม่ค่อยสุด แต่ที่โดดเด่นเลยของเรื่องนี้คือความที่ดำเนินเรื่องที่เกียวโต นักพากย์คัดมาเพื่อพากย์สำเนียงเกียวโตเน้นๆมาก ถือว่าใส่ใจความสมจริงพอสมควร และแม้ว่าจะเป็นนักพากย์หน้าใหม่เกือบหมด แต่ทุกคนเข้าถึงบทบาทได้ดีทีเดียว

ดูสบายๆ มีใส่อารมณ์บ้างให้ไม่ถึงกับหลับ
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 6.6/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 16: Nisekoi (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: C
ตามอ่านมังงะอยู่แล้ว ก็เลยเสพเพลินๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 15: Log Horizon (25 ตอนจบ)



เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ใช้พล็อตเข้าไปติดอยู่ในโลกของเกมออนไลน์แล้วออกมาไม่ได้ แต่เรื่องนี้จัดว่ามาแปลกกว่าเรื่องอื่นนิดนึง ที่ไม่ได้มีเป้าหมายในการกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง แต่เป็นการพัฒนาโลกในเกมให้น่าอยู่ขึ้นซะงั้น คอนเซ็ปท์จะคล้ายกับอีกเรื่องหนึ่งของคนเขียนคนนี้ คือเรื่อง จอมมารกับผู้กล้า นั่นเอง ตัวเอกถูกออกแบบมาน่าสนใจแตกต่างจากเรื่องอื่นๆในแนวเดียวกัน โดยเป็นสายบุ๋นที่บู๊เก่งด้วย ลักษณะของเรื่องจะออกแนวผจญภัยเพื่อการพัฒนาโลกแห่งเกม ผสมผสานกับกลยุทธ์การต่อสู้เป็นทีมในเกมออนไลน์และกลศึกสงครามโดยมีพระเอกเป็นแกนกลาง เนื่องจากเป้าหมายของเรื่องทั้งกว้างทั้งไกลจึงทำให้รู้สึกว่าเนื้อหาเดินหน้าแค่ทีละเล็กทีละน้อย แต่ความจริงการดำเนินเรื่องแต่ละช่วงไม่ช้าไม่เร็วมีความต่อเนื่องกันดี ระหว่างทางก็ได้ใช้ความคิดตาม น่าสนใจมากทีเดียว จุดด้อยของเรื่องนี้ แม้ว่าจะออกแบบตัวละครหลักๆมาได้ดีมากก็ตาม แต่โดยรวมมีตัวละครที่ค่อนข้างเยอะเกินความจำเป็นไปหน่อย แต่เนื่องจากเป็นแนวเกมออนไลน์จึงพอเข้าใจได้ถึงความจำเป็น อีกเรื่องหนึ่งคืองานภาพหลายๆส่วนที่ไม่ได้ใส่ใจมาก ลงรายละเอียดแค่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ไม่เหมือนเรื่องอื่นๆในแนวเดียวกัน บู๊น้อยลง ใช้ความคิดเยอะกว่า
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 7.8/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 14: Nobunaga the Fool (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: C
ช่วงแรกก็สนุกอยู่นะ แต่ไปๆมาๆเริ่มแปลกๆพิกล

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 13: Sakura Trick (12 ตอนจบ)



นานแล้วที่ผมไม่ได้ดูแนวยูริเปิดเผยแบบนี้ แต่โดยรวมแล้วเรื่องนี้จะไปทาง Slice of Life เป็นหลัก ถึงแม้ว่าตอนจบจะมีบทสรุปเป็นเรื่องเป็นราวพอสมควรแต่โดยรวมก็ค่อนข้างเรื่อยเปื่อย สำหรับคนที่มองหาแนวยูริแบบจริงๆจังๆผมว่าเรื่องนี้ก็ดูพอให้หายอยากได้ดี ขนาดคนที่ไม่ได้มาสายยูริอย่างผมยังดูได้เพลินทีเดียว ตัวละครก็น่ารักดี แต่สงสัยอย่างนึงคือเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับ Hidamari Sketch นะ องค์ประกอบภาพเหมือนกันมากเลย ต่างแค่ลายเส้นตัวละครอย่างเดียว

นานๆทีก็ไม่เลวนะ ไม่ถึงกับแรงมาก น่ารักดี
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 6.3/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 12: Hamatora THE ANIMATION (12 ตอนจบ)



เรื่องนี้ผมเรียกว่าเป็น PSYCHO-PASS ขนาดย่อมๆเลยก็ว่าได้ ทั้งสองเรื่องมีความคล้ายคลึงกันมากตรงลักษณะการดำเนินเรื่องที่มีการสืบสวนสอบสวนเหมือนกัน และมีเป้าหมายใหญ่ของเรื่องเป็นตัวร้ายที่ฉลาดล้ำและโรคจิตเหมือนกัน แต่เรื่องนี้จะมีเนื้อหาหลายๆส่วนเบากว่า และมีการเซ็ตติ้งเรื่องที่หลวมกว่า การดำเนินเรื่องถึงจะมีสะเปะสะปะบ้างแต่ดูได้เรื่อยๆไม่รู้สึกติดขัด และสร้างความตื่นเต้นได้เป็นระยะๆ การออกแบบตัวละครค่อนข้างจะมีลักษณะที่หลากหลายจนเหมือนกับจะเอามารวมกันไม่ได้ แต่กลับใช้งานได้ดีโดยไม่ได้มีตัวละครที่สูญเปล่า นอกจากนี้ยังมีการหักมุมที่เจ๋งอย่างคาดไม่ถึงในตอนจบอีกด้วย นับเป็นทีเด็ดทีขาดที่ทำให้ได้ 8 คะแนนไป

สนุกพอสมควร แต่จบได้เจ๋งมากจริงๆ
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 8.0/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 11: Saikin, Imouto no Yousu ga Chotto Okashiinda ga. (12 ตอนจบ)



อีกครั้งหนึ่งที่ความค้ำคอร์เข้าครอบงำอนิเมะ ถึงแนวนี้จะไม่ได้แปลกใหม่ ต้องบอกว่าเจอจนชินแล้วด้วยซ้ำ แต่สำหรับเรื่องนี้ออกจะเลยเถิดแบบไร้สมองมากไปหน่อย ตัวละครแต่ละตัวออกแบบได้บ้านๆมากๆ ไม่ได้มีความเป็นเอกลักษณ์อะไรเลย เนื้อหาก็ไม่ได้มีสาระอะไรเลยจริงๆ มีบางตอนเหมือนกับจะปั้นดราม่าอยู่เหมือนกั