[Final Review] Anime of Fall 2013

posted on 26 Jan 2014 10:33 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
ถัดจากเอนทรี่ Best of 2013 ก็ตามมาด้วยการปิดเอนทรี่ส่งท้ายซีซั่นกันครับ รอบนี้ต้องขออภัยที่ช้าหน่อย เพราะผมเริ่มเขียนเป็นเรื่องเป็นราวหลังจากที่อัพ Best of 2013 ไปแล้ว ซีซั่นนี้ถึงจะดร็อปไม่น้อยแต่ก็มีอนิเมะที่น่าติดตามหลายเรื่อง ยังไงเราลองดูเรื่องที่ผมดร็อปไปก่อนแล้วกันครับ

Yozakura Quartet ~Hana no Uta~ (4 ตอน): พยายามดูไปเรื่อยๆแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าประเด็นของเรื่องมันอยู่ไกลเหลือเกิน เลยดร็อปไป
BLAZBLUE ALTER MEMORY (2 ตอน): แค่ตอนแรกก็รู้สึกแย่แล้ว ตอนสองสิ้นหวังเลย
COPPELION (2 ตอน): เหมือนจะสนุกเลย แต่ไม่สนุก
Megane-bu! (1 ตอน): จริงๆก็ดูไร้สาระดีนะ แต่ไม่ใช่แนว
Sekai de Ichiban Tsuyoku Naritai! (1 ตอน): เอิ่ม...
Walkure Romanze (1 ตอน): แบบนี้มีเยอะแล้ว ไม่น่าสนใจเลย
Yuusha ni Narenakatta Ore wa Shibushibu Shuushoku wo Ketsuishimashita. (1 ตอน): แค่ตอนเดียวก็มองเห็นอนาคตเลย...

ส่วนเรื่องที่ดูจบไปแล้วในซีซั่นนี้มี 13 เรื่อง และมีอีกหนึ่งเรื่องที่ยังดูต่อไปในซีซั่นหน้าอีก 6 เรื่อง โดยเรียงลำดับตามความเพลิดเพลินที่ไม่เกี่ยวกับคุณภาพ ดังนี้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 19: Gingitsune (12 ตอนจบ)



เริ่มกันที่แนวเหนือธรรมชาติ ที่เล่าถึงศาลเจ้าที่มีเทพอารักษ์อาศัยอยู่ แต่ลักษณะการดำเนินเรื่องเป็นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทพ กลายเป็นแนว Slice of Life ไป ถือว่าเป็นอนิเมะที่สามารถดูไปได้เรื่อยๆแบบไม่มีจุดพีก แต่ก็เรียกว่าเป็นระเบียบแบบแผนจนแทบจะจับทางได้หมด ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตัวละครและแนวทางของเรื่องล้วนเป็นไปตามคาดตลอดเวลา และยังไม่ได้มีมุขตลกสอดแทรกเป็นเรื่องเป็นราวอีกด้วย ก็เลยไม่มีอะไรโดดเด่นพอจะให้พูดถึงได้เป็นพิเศษ

ไม่แย่ แต่ธรรมดาเกินไป
ความเพลิดเพลิน: D
คุณภาพ: 5.9/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 18: Non Non Biyori (12 ตอนจบ)



ถึงจะเข้ามาเป็นอันดับท้ายๆ แต่บอกได้เลยว่าเรื่องนี้จัดว่าเป็นเรื่องเยี่ยมเรื่องหนึ่งของซีซั่นเลยทีเดียว ด้วยความที่เป็น Slice of Life ทำให้ปกติความน่าติดตามต่ำกว่าประเภทอื่นๆอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องนี้ต้องเรียกว่านำ Slice of Life ไปสู่เลเวลใหม่ คือเฉื่อยซะจนหลับสบายกันไปเลย ด้วยบรรยากาศบ้านทุ่งที่มีแต่ธรรมชาติทำให้หาจุดเด่นออกมาเล่นได้ยากมาก แต่กลับเล่นแร่แปรธาตุด้านตัวละครออกมาได้ลงตัว ชวนให้เคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศและสายสัมพันธ์ของตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม

ดูแบบสบายๆ ไปได้เรื่อยๆ
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 6.8/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 17: Machine-Doll wa Kizutsukanai (12 ตอนจบ)



เป็นเรื่องที่ประสบปัญหาเดียวกับไลท์โนเวลเรื่องอื่นๆที่มาทำอนิเมะ นั่นก็คือความไม่ต่อเนื่องของเนื้อเรื่อง บางบทก็สนุกไปเลย บางบทก็ไม่สนุกเลย ทั้งที่ความจริงคอนเซปท์ของเรื่องก็น่าสนใจ มีการผูกโครงเรื่องที่ดีพอสมควร แต่พอเอามานำเสนอแล้วเหมือนขาดทีเด็ดที่จะดูดผู้ชมให้เข้าถึงอารมณ์ การออกแบบตัวละครมีพระเอกที่สร้างปมได้น่าสนใจ แต่ตัวละครสมทบอื่นๆนั้นดูบ้านๆมาก การดำเนินเรื่องก็ตะกุกตะกักไม่ค่อยลื่นไหลเท่าที่ควร โดยเฉพาะการเล่นมุขที่ไม่เข้ากับบรรยากาศที่เจอบ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาสำคัญที่ไม่ได้อธิบายอย่างเพียงพอ ในส่วนของฉากต่อสู้นั้นไม่ดีไม่แย่ อยู่ในระดับที่ปล่อยผ่านได้

เนื้อหาน่าสนใจ แต่นำเสนอไม่ดีอย่างที่หวัง
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.5/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 16: IS (Infinite Stratos) 2 (12 ตอนจบ)



ไม่มีอะไรให้พูดถึงเยอะนักสำหรับภาคต่อของฮาเร็มสหประชาชาตินี้ ต้องเรียกว่าเลยจุดอิ่มตัวของฮาเร็มไปซะแล้ว ทำให้ดูแล้วก็ไม่ได้สร้างความน่าสนุกเท่าภาคแรก ยิ่งถ้าไปพูดถึงเนื้อเรื่องก็ยิ่งออกทะเลไปกันใหญ่ แทบจะเรียกว่าหาเนื้อหาของเรื่องไม่เจอแล้วก็ว่าได้

น่าเบื่อกว่าภาคแรก
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.1/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 15: Galileidonna (11 ตอนจบ)



เป็นเรื่องที่เปิดตัวมาได้น่าสนใจมากเรื่องหนึ่งของซีซั่น แต่กลับเอา Potential ทิ้งหายไปหมด ยิ่งดูไปยิ่งออกทะเล การดำเนินเรื่องสะเปะสะปะและไม่ค่อยชัดเจนว่าต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ ในขณะที่เวลาในการฉายก็มีจำกัด แต่กลับใช้เวลาหลายส่วนไปกับเนื้อหาที่ไม่จำเป็น ทำให้ตอนจบปิดแบบพิกลพิการไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไหร่ ทั้งที่เซ็ตติ้งต่างๆและการออกแบบตัวละครหลายๆตัวมีความน่าสนใจมาก แต่กลับไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไรเลย โดยรวมถือว่าเป็นเรื่องที่ควรจะสนุก แต่ไม่ทำให้สนุกเอง

อะไรๆก็ดีไปหมด น่าจะทำให้ดีได้มากกว่านี้เยอะ
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.4/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 14: Outbreak Company (12 ตอนจบ)



เรียกได้ว่าเป็นม้ามืดประจำซีซั่นเลยก็ว่าได้ จากตอนแรกที่ไม่ได้คาดว่าจะมีอะไรน่าติดตาม แต่กลับดันประเด็นความแตกต่างทางชนชั้นได้น่าสนใจพอสมควร นอกจากนี้ยังเล่นมุขและล้อเลียนได้ฮาดีอีกด้วย แม้ว่าจะไม่ได้มีพล็อตที่จริงจังมาก แต่ก็ถือว่าเป็นอนิเมะที่ดูเพลินทีเดียว

สนุกกว่าที่คาด
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 6.2/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 13: Kyoukai no Kanata (12 ตอนจบ)



เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมากอีกครั้งหนึ่งของ Kyoto Animation ที่เหมือนจะพยายามลงไปเอาดีทางด้านแอ็กชั่นบ้าง ทั้งที่โครงเรื่องก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไร ฉากแอ็กชั่นต่างๆก็ทำได้ดีสมราคา แต่กลับทำให้ดูสนุกไม่ได้ จุดหลักเลยที่เป็นช่องโหว่ของเรื่องนี้ก็คือการออกแบบตัวละครที่ขาดน้ำหนักในการโน้มน้าวจิตใจผู้ชม ดูผิวเผินเหมือนกันว่าแต่ละคนจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าสนใจ แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำตัวตื้นเขินเหลือเกิน บ่อยครั้งที่ประเด็นสำคัญๆของเรื่องถูกตัวละครที่เกี่ยวข้องปัดตกไปดื้อๆ การดำเนินเรื่องก็ไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร ด้วยความที่พยายามจะมีเนื้อหาซีเรียสแต่ก็อยากจะเล่นมุขด้วย บางทีก็เลยมีมุขที่ไม่เข้ากับบรรยากาศออกมาทำให้อารมณ์สะดุดเป็นครั้งคราว แต่ด้วยความที่เป็นงานอนิเมะคุณภาพ ทำให้เรื่องนี้รอดพ้นจากการดร็อปไปได้

เป็นอีกครั้งที่เกียวอนิพิสูจน์ตัวเองว่าไม่สามารถกลับมาทำแอ็กชั่นโทนเรื่องซีเรียสให้ดีได้
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 6.6/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 12: Nagi no Asukara (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: C+
เป็นอีกครั้งที่เจอกับอนิเมะที่ดี แต่ไม่สนุก โดยรวมคอนเซปท์การนำเสนอและองค์ประกอบโดยรวมดีหมด แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกเกิดความอยากดูต่อเนื่องมากนัก ต้องดูว่าหลังจากผ่านครึ่งทางแล้วจะเกิดจุดเปลี่ยนหรือไม่

หมายเหตุ: คะแนนตอนนี้เป็นคะแนน ณ ตอนที่ 13 แต่ความจริงดูไปถึงตอนที่ 15 แล้วละครับ บอกได้เลยว่าสนุกเป็นหนังคนละม้วนกับครึ่งแรก เดี๋ยวรอดูคะแนนอีกทีตอนที่จบแล้วก็แล้วกัน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 11: Tokyo Ravens (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: C+
ดีแบบครึ่งๆกลางๆ ตอนที่สนุกก็สนุก เวลาไม่สนุกก็ไม่สนุกเลย มีช่วงหนึ่งที่เกือบจะดร็อปไปแล้ว แต่พอสุซุกะคัมแบ็กกลับมาก็ยาวเลย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 10: Kakumeiki Valvrave (24 ตอนจบ)



เป็นหนึ่งในเรื่องที่สุดจะบรรยายเรื่องหนึ่ง ความรู้สึกเหมือนเมื่อครั้งที่ดู Guilty Crown มันผ่านเข้ามาในจิตใจเลยทีเดียว เริ่มจากเนื้อหาที่ทำมาให้มีโทนซีเรียสและอลังการมากๆ ตัวละครแต่ละคนมักจะทำหน้าซีเรียสกับสถานการณ์มาก แต่การกระทำช่างไร้สาระและไร้ตรรกะจนเหลือจะพรรณนา โครงเรื่องที่วางไว้ความจริงก็ดูมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ออกมาดีพอสมควร แต่การดำเนินเรื่องเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเหมือนวัวบ้ามุ่งไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในเรื่องมากมายโดยที่ไม่ได้ข้อสรุปและไม่รู้ว่าดูไปเพื่ออะไรกันแน่ แต่สิ่งที่เจ๋งอยู่อย่างหนึ่งคือหุ่นมันเท่ดี และฉากบู๊ก็สวยดี

เป็นอนิเมะซีเรียสที่ดูแล้วฮามาก เลยทำให้ดูได้เรื่อยๆ
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 5.0/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 9: Log Horizon (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B
สนุกกว่าที่คิด ถึงจะไม่ค่อยได้บู๊กันเท่าไหร่ แต่เนื้อหาน่าติดตามดี

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 8: Ore no Nounai Sentakushi ga, Gakuen Love Comedy wo Zenryoku de Jamashiteiru (10 ตอนจบ)



เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เปิดตัวมาไม่น่าจะได้เรื่อง แต่พอดูไปดูมาชักจะเพลินขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าโทนของเนื้อเรื่องจะไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกใหม่มากนัก แต่กลับเอามาใช้ได้ฮาเหลือเชื่อ บวกกับสาวๆในเรื่องก็แซ่บไปคนละสไตล์ เลือกอวยกันได้มันส์ตามอัธยาศัย น่าเสียดายที่สั้นไปหน่อยและไม่ได้ข้อสรุปเป็นเรื่องเป็นราว แต่ถ้าคิดว่าจะดูเอาฮาแบบมีสาวๆเยอะแล้วละก็ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว

เสื่อมดี สาวๆน่ารักก็เยอะ
ความเพลิดเพลิน: B
คุณภาพ: 6.8/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 7: KILL la KILL (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B
เอามันส์ลูกเดียวเลย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 6: Strike the Blood (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B+
เนื้อหาไม่ได้มีอะไรเลย เสพสาวๆอย่างเดียวเพลิน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 5: Golden Time (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B+
ช่วงแรกสนุกมาก แต่หลังๆเริ่มดร็อปลงเรื่อยๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 4: Little Busters! ~Refrain~ (13 ตอนจบ)



บทสรุปของความรักและมิตรภาพแบบฉบับของ Key ที่ยกยอดมาจากปฐมบท หลังจากที่วนอยู่ในอ่างไปกับภาคแรกถึง 26 ตอนในที่สุดภาคนี้ก็ลงตัวกับสิ่งที่ต้องการจะสื่อจริงๆเสียที แม้ว่าสุดท้ายแล้วเนื้อหาจะไม่ได้สุดยอดเหมือนเรื่องอื่นๆที่เคยเป็นอนิเมะมา แต่ฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมสมราคา การดำเนินเรื่องแม้ว่าจะขาดความต่อเนื่องไปบ้างในช่วงครึ่งแรก แต่เมื่อเข้าถึงไคลแมกซ์ของเรื่องในช่วงครึ่งหลังก็สามารถทำอารมณ์ได้ต่อเนื่องดี ตัวละครก็ส่งอารมณ์กันได้ดี แม้ว่าฉากจบจะมีช่องโหว่อยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นความสมบูรณ์ในแบบของ Key อยู่แล้ว

ไม่ได้ถึงกับสุดยอดมาก แต่ได้อารมณ์สุดพอสมควร
ความเพลิดเพลิน: B+
คุณภาพ: 8.2/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 3: WHITE ALBUM 2 (13 ตอนจบ)



มาถึงเรื่องที่ดูแล้วผิดหวังที่สุดในซีซั่นนี้กันบ้าง จากที่เป็นเรื่องที่ตั้งความคาดหวังไว้ต่ำอยู่ก่อนจากการดู WHITE ALBUM ที่ทำไว้งามหน้ามาก เมื่อได้ดูตอนแรกกลับพลิกความคาดหมายอย่างมาก คือเปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ออกแบบตัวละครและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครได้สวยงามเหนือความคาดหมาย การดำเนินเรื่องก็ราบรื่นไม่มีอะไรให้ติมาตลอดทั้งเรื่อง เรียกได้ว่าน่าจะต้องได้เป็นโรแมนซ์ดราม่ารักสามเส้าระดับแถวหน้าแน่ๆแล้ว แต่กลับมาพลิกบทบาทตัวละครแบบหน้ามือเป็นหลังเท้าเอาช่วงสองตอนสุดท้ายซะอย่างงั้น ภาพพจน์ที่วางไว้กลับตาลปัตรแบบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ โดยรวมยังถือว่าเป็นรักสามเส้าที่เขียนเนื้อเรื่องและออกแบบตัวละครได้ดี มาเสียแค่ตอนจบที่เหมือนจะฝืนบิดคาแรกเตอร์มากเกินไปเพื่อให้ได้ดราม่าที่ต้องการซะอย่างงั้น

ดีมาตลอดทั้งเรื่อง มาเซ็งเป็ดเอาท้ายเรื่องนี่แหละ
ความเพลิดเพลิน: B+
คุณภาพ: 7.6/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 2: Monogatari Series: Second Season (26 ตอนจบ)



เข้าสู่มัชฌิมบทของ Monogatari Series แล้ว ในภาคนี้กลับไปดำเนินเรื่องแบบภาคแรก โดยมีเหตุการณ์ต่างๆแยกออกเป็นบท โดยแต่ละบทมีความเกี่ยวข้องกันมากขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทำให้มีความรู้สึกว่าทั้งเรื่องมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เกิดความต่อเนื่องในการรับชมมากขึ้น แต่ก็น่าเสียดายที่ผู้สร้างไม่ยอมเรียบเรียงเนื้อหาใหม่ให้เป็นไปตามไทม์ไลน์ ที่น่าจะทำให้เกิดความต่อเนื่องได้มากกว่านี้ ในส่วนของเนื้อหานั้นยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้เหมือนเดิม โดยเฉพาะบทสนทนาที่ทำให้ชวนคิดตามได้เช่นเคย แต่มีจุดเด่นอย่างหนึ่งคือการดำเนินเรื่องเข้าหาบทสรุปของตัวละครหลายๆตัว ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดี ต่างกับ Bakemonogatari และ Nisemonogatari ที่ปล่อยบทเปิดกว้างให้ตัวละครทุกตัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกว่าบทสรุปบางอย่างมีช่องโหว่อยู่บ้าง ทำให้ได้ไม่เท่าภาคแรก

ก็สนุกเหมือนเดิม แต่ยังไม่เท่าภาคแรก
ความเพลิดเพลิน: A
คุณภาพ: 8.8/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 1: Aoki Hagane no Arpeggio -Ars Nova- (12 ตอนจบ)



ปิดท้ายด้วยอนิเมะนำร่องที่นำ 3D-CGI มาใช้ในกระบวนการผลิตอย่างเต็มตัว ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งในได้กล่าวถึงทีเดียว เนื่องจากงานภาพออกมาไม่แข็งจนเกินไปสำหรับการเป็นอนิเมะ 2D ทำให้เริ่มมองเห็นอนาคตที่จะนำ 3D มาใช้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้นในวงการอนิเมะ ในส่วนของเนื้อหานั้นไม่ได้แน่นมากนัก แค่วางเซ็ตติ้งแบบพื้นๆแต่ทำออกมาให้ดูสนุก ด้วยการผสมฉากบู๊ที่น่าตื่นเต้นเข้ากับการพัฒนาตัวละคร เติมดราม่ากับมิตรภาพและโมเอะเข้าไปอีกหน่อยก็ทำให้ออกมาดูสนุกได้ ด้วยความที่ด้นสดเนื้อหาไปเยอะพอสมควรเลยทำให้มีช่องโหว่อยู่บ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่าเป็นอนิเมะที่ดูเพลินมาก

สนุกกว่าที่คาดไว้เยอะ สาวๆน่ารักดี ใช้ 3D ได้อย่างน่าทึ่งพอสมควร
ความเพลิดเพลิน: A
คุณภาพ: 7.8/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

Monogatari Series: Second Season > รู้สึกว่าดีขึ้นกว่า Nisemonogatari และผมประทับใจพอๆ กับภาคแรก มีฉากทำเอาผมน้ำตาไหลหลายฉากทีเดียว
Outbreak Company ดูเพลินๆ น่ารักดีครับ
KILL la KILL อันนี้ก็ดูเอามันส์จริงๆ

#2 By kaninnit (202.125.84.80|202.125.84.80) on 2014-01-31 10:16

Golden Time
ช่วงแรกๆสนุกมาก
Hot!

#1 By [mami ] ★ meawly on 2014-01-28 01:18